Tag Archives: Amazon

กรณีศึกษา: เราเรียนรู้อะไรจากอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ฝั่ง US และเอเซีย

นับตั้งแต่ปี 1991 ที่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเริ่มแพร่หลายและเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆในฝั่งประเทศตะวันตก จนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่อีคอมเมิร์ซเริ่มขยับเข้ามาได้รับความนิยมในฝั่งเอเชียมากขึ้น เราได้เห็นถึงวิวัฒนาการของตลาดอีคอมเมิร์ซในสองซีกโลก ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ในการปรับตัว และข้อผิดพลาดซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถเรียนรู้ และนำมาปรับใช้ต่อไป โดยผมขอยกตัวอย่างด้วยอีคอมเมิร์ซอันดับ 1 จากฝั่ง US อย่าง Amazon และ Alibaba อันดับ 1 จากฝั่งเอเชียมาเป็นกรณีศึกษาดังนี้ครับ

ตลาดที่ไร้ขอบเขต

  • ถึงแม้ว่า รายได้ของ Amazon และ Alibaba ต่างก็มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกัน คือมีรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่จะเห็นว่าการเติบโตของ Alibaba นั้นอยู่ในอัตราที่สูงกว่า ส่วนรายได้ของ Amazon มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอย่างคงที่มาได้ระยะหนึ่งแล้ว ด้วยเหตุผลนี้เองจึงส่งผลให้ Alibaba ซึ่งเป็นอีคอมเมิร์ซน้องใหม่เริ่มทำรายได้สูงกว่า Amazon มาตั้งแต่ปี 2015 โดยหนึ่งในปัจจัยที่จะทำให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเติบโตได้ ไม่เพียงแค่ ความแข็งแกร่งของตัวธุรกิจเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับขนาดของตลาดอีกด้วย ก่อนหน้านี้ Amazon เน้นให้บริการกับลูกค้าในกลุ่ม North America มากกว่าที่จะสนใจผู้บริโภคในซีกโลกอื่นๆ รายได้ส่วนใหญ่จึงมาจากฝั่งอเมริกา และแคนาดาเท่านั้น แต่ด้วยจำนวนของผู้บริโภคบนอีคอมเมิร์ซของตลาด US ที่เริ่มจะคงที่ การทำตลาดนอกประเทศ ไปยังภูมิภาคที่มีความพร้อมทั้งในด้านการเปิดรับเทคโนโลยีของผู้บริโภค และโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมจึงเป็นหนึ่งทางเลือก โดย Amazon เลือกลงทุนกับ Flipkart  ร้านค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอินเดีย ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า Amazon จะสามารถสร้างรายได้ถึง 16 พันล้านเหรียญในตลาดอินเดีย โดยในปี 2017 Amazon มีรายได้จากการทำตลาดนอกประเทศอยู่ที่ 3 พันล้านเหรียญ จากรายได้ทั้งหมด 177.9 พันล้าน นับเป็น 30% ของรายได้รวมทั้งหมด
  • ส่วน Alibaba นั้น ถึงแม้ว่าตลาดหลักจะยังคงเป็นตลาดในจีน แต่ในอนาคตด้วยตลาดในจีนคงจะถึงจุดอิ่มตัวดังที่เห็นตัวอย่างจากตลาดใน USทาง Alibaba จึงให้ความสนใจลงทุนกับ Emerging Market อย่างเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการลงทุนใน Lazada ในปี 2016 โดยในภาพรวม Alibaba มีรายได้จากตลาดต่างประเทศอยู่ที่ 20,841 ล้านหยวน จากรายได้รวม 176,559 พันล้านหยวน นับเป็น 11% ของรายได้รวมทั้งหมด ในปี 2018

amazon.jpg

บทบาทของอีมาร์เก็ตเพลส

  • ทั้งนี้ มีการกล่าวถึงความล้มเหลวในช่วงปลายของอีคอมเมิร์ซใน US เนื่องจากการที่ร้านค้าปลีก หวังพึ่งช่องทางการขายกับอีมาร์เก็ตเพลส อย่าง Amazon มากเกินไป โดยปล่อยให้ Amazon เป็นตัวกลางในการติดต่อลูกค้า ทำให้ทุกการขาย แทนที่จะเป็นการโปรโมทร้านค้า กลับเป็นการโปรโมทให้กับ Amazon ยิ่งไปกว่านั้น Amazon ยังเก็บพฤติกรรมการบริโภคไว้ใช้เองเสียด้วย โดยภายหลัง Amazon เริ่มวางขายสินค้าในแบรนด์ตัวเอง เช่นอุปกรณ์อย่าง Kindle หรือสมาร์ทโฟน แท๊ปเลต เพื่อใช้เป็นช่องทางในการขายสินค้าทั้งยังมีสินค้าเฮ้าส์แบรนด์อื่นๆ ทำให้ Amazon ถูกมองว่ากำลังขายสินค้าแข่งกับร้านค้าปลีกที่มาลงขายบนอีมาร์เก็ตเพลสของตัวเอง ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ค้าปลีกหลายๆรายต้องล้มหายตายจากไป
  • ในขณะที่ Alibaba วางตัวเองเป็น อีมาร์เก็ตเพลส ที่เชื่อมโยงผู้ซื้อ และผู้ขายเท่านั้น Alibaba ลงทุนอย่างมหาศาลในเทคโนโลยีเพื่อวางโครงสร้างทั้งหมด โดยสร้าง Alimama ขี้นเพื่อเป็นแพลตฟอร์มสำหรับ Cloud Computing มีระบบการจัดการข้อมูลบน Alicloud ให้บริการการทำธุรกรรมทางด้านการเงิน ด้วย Ant Financial Service Group ไปจนถึงการทำดิจิทัลเพย์เมนท์อย่าง Alipay จะเห็นได้ว่า ทาง Alibaba มีบริการที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนอีคอมเมิร์ซเป็นของตนเองเกือบทั้งหมด และทาง Alibaba เองก็ไม่ได้ลงไปแข่งขันขายสินค้ากับร้านค้าปลีกที่เข้ามาใช้ระบบของตนเองด้วย ความแตกต่างตรงจุดนี้ ก็อาจจะเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้ผู้ค้าปลีกในระบบของ Alibaba มีเสรีในการแข่งขันกันมากยิ่งขึ้น

Alipay.jpg

ปรับเปลี่ยนและพึ่งพาตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นตลาดสินค้าประเภทใดย่อมมีจุดอิ่มตัว ทางอีมาร์เก็ตเพลสเองหรือแม้กระทั่งผู้ที่ค้าขายในอีมาร์เก็ตเพลส ต้องพร้อมที่จะปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยตลอดเวลา ยกตัวอย่างจากกรณีศึกษาของทาง US ที่ Amazon ทำสินค้าของตนเองมาแข่งขันในตลาด เป็นบทเรียนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า เราไม่ควรยึดติด หรือพึ่งพาระบบใดระบบหนึ่งมากเกินไปนัก เพราะหากมีข้อผิดพลาดหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายการขายเกิดขึ้น ผลกระทบที่ตามมาก็ย่อมจะส่งผลรุนแรง ดังนั้น นอกจากการลงขายในอีมาร์เก็ตเพลส ทางผู้ประกอบการอาจจะต้องทำการตลาดออนไลน์ด้วยตนเองในช่องทางอื่นๆ รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในตลาดของตนเองโดยตรงหรือเปิดตลาดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสการขยายตัวของธุรกิจ

 

บทความนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

กรณีศึกษา “Toys R Us” เตรียมปิดตัว ผลพวงจากยุคอีคอมเมิร์ซเดือด จริงหรือ

สำหรับคนอเมริกันที่โตมาในยุค 70s หรือ 80s คงมอง Toys R Us เป็นอาณาจักรของเล่นที่แสนวิเศษ น่าตื่นตา ตื่นใจ และสามารถใช้เวลาทั้งวันอยู่ในอาณาจักรแห่งนี้ แต่เมื่อเร็วๆนี้เรากลับได้ยินข่าวการเตรียมปิดสาขาในสหรัฐอเมริกาของร้านขายของเล่นรายใหญ่ระดับโลกอย่าง Toys R Us ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1948 และมีสาขากว่า 1,500 แห่งทั่วโลก เนื่องจากปัญหาหนี้สะสมถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และยังมีข่าวการขายสาขาในเอเซียให้กับพาร์ทเนอร์สัญชาติฮ่องกงอย่าง Fung Group ซึ่งเป็นพาร์ทเนอร์และผู้ถือหุ้นรายใหญ่อันดับสองของ Toys R Us เอเซีย ดูเหมือนว่ากิจการในตลาดเอเซียกว่า 400 สาขาจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก Read more

อีคอมเมิร์ซปรับ โลจิสติกส์เปลี่ยน สองแรงผลักเสริมพลังธุรกิจ

โลจิสติกส์ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจซึ่งมาแรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการขยายตัวอย่างมากของตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคมาใช้บริการ ซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น จึงนำไปสู่ความต้องการในการจัดส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ จากการรายงานของ World Bank, Boeing, และ Golden Valley Co. พบว่า มูลค่าตลาดการขนส่งสินค้าทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมๆแล้วมีมูลค่าถึง 2.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เลยทีเดียว และแน่นอนว่าจะมีแนวโน้มสูงขึ้นไปอีก ตามความนิยมของการใช้บริการอีคอมเมิร์ซทั่วโลก Read more

Omnichannel ภาพที่มองเห็นชัด และความท้าทายที่ต้องเผชิญ

ปีนี้กระแส Omnichannel มีมาให้เห็นกันอย่างต่อเนื่องนะครับ และยิ่งตอกย้ำความแรงเข้าไปอีกจากข่าวการเปิด Physical Stores อย่างต่อเนื่องของ Amazon โดยภาพของ Amazon ในสายตาคนทั่วไปจะเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีความชำนาญและได้รับความนิยมในธุรกิจออนไลน์เป็นอย่างสูง ซึ่งหลายคนอาจจะยังแปลกใจอยู่ว่า ทำไม Amazon ถึงใจกล้า สวนกระแสการปิดสาขาห้างค้าปลีกชื่อดังหลายๆแห่งในสหรัฐ มาเปิด Physical stores ซะเอง หรือการประกาศความร่วมมือกันระหว่าง Walmart เจ้าแห่งธุรกิจร้านค้าปลีกแห่งโลกออฟไลน์กับ Google เจ้าพ่อออนไลน์ที่ทุกคนรู้จักกันดี เพื่อผสมผสานความชำนาญทั้งสองด้านและสร้างช่องทางการค้าออนไลน์ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ความเคลื่อนไหวของธุรกิจรายใหญ่ทำให้เราเริ่มมองเห็นความชัดเจนของ Omnichannel กันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ Read more

Amazon รุกตลาดอาเซียน – ทำไมต้อง Prime Now สิงคโปร์

หลายท่านคงจะได้ยินข่าว Amazon Prime Now ในสิงคโปร์กันแล้วนะครับ ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นที่ตัั้งสำนักงานใหญ่ Amazon Web Service (AWS) อยู่แล้ว แต่การเข้ามาของ Amazon Prime Now ในครั้งนี้ ก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อตีตลาดอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ การบริการของ Amazon Prime Now นั้น ดึงดูดความสนใจได้ไม่น้อย เนื่องจากสมาชิกที่ซื้อสินค้าออนไลน์ จะได้รับสินค้าภายใน 2 ชั่วโมง จากปกติจะใช้เวลาโดยประมาณ 1-3 วัน บริการนี้รองรับทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ สินค้าอุปโภคบริโภค รวมไปถึงสินค้าอื่นๆที่ใช้ภายในครัวเรือน เป็นต้น

การเข้ามาของยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon ทำให้ต้องเผชิญหน้ากับ Alibaba Group พี่ใหญ่แห่งอีคอมเมิร์ซเอเชียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครกันล่ะจะเป็นผู้เล่นที่ครองตลาดอาเซียนได้อย่างแท้จริง เราลองวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันเลยครับ Read more

Amazon ซื้อ Whole Foods Market ขยายอาณาจักรออฟไลน์

เมื่อเดือนที่ผ่านมาหลายท่านที่ติดตามข่าวคราวในแวดวงอีคอมเมิร์ซคงพอทราบกันมาบ้างแล้วนะครับว่า Amazon พี่ใหญ่ตลาดอีคอมเมิร์ซมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ทุ่มงบมหาศาลในการซื้อกิจการ Whole Foods Market ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นจำหน่ายอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งมีสาขามากกว่า 460 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร และมีประวัติความเป็นมากว่า 40 ปี ครั้งนี้ Amazon ต้องการอะไรกันแน่ เราลองมาวิเคราะห์กันครับ Read more

พลิกโฉมหน้าอีคอมเมิร์ซ ด้วย “ปัญญาประดิษฐ์” (AI)

“ปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI จริงๆแล้วเป็นเรื่องใกล้ตัวที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเรามานานแล้วนะครับ เช่น ระบบรักษาความปลอดภัยของท่าอากาศยาน การชำระเงินบนเว็บอีคอมเมิร์ซ การใช้ Chatbot เพื่องานบริการลูกค้า โดยมีการคาดการณ์จาก TechEmergence ว่า ภายในปี 2020 กว่า 85% ของผู้บริโภคจะซื้อสินค้าผ่าน AI มากกว่าผ่านมนุษย์ด้วยกันเองเสียอีกนะครับ ยิ่งตัว Chatbot เองจะเป็นแอพอันดับหนึ่งสำหรับผู้บริโภคในอีก 5 ปี อีกด้วยครับ Read more