ว่าด้วยเรื่อง Cash on Delivery (COD) และแนวโน้ม E-Wallet ในไทย

ในงาน Priceza E-Commerce Trends 2019 ผมได้มีการพูดถึงหนึ่งในเทรนด์สำคัญปี 2019 คือ ปีหน้าผมคาดว่าอัตราการเติบโตของการชำระเงินช่องทางอิเล็คทรอนิกส์จะสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รวมทั้งยังมีการคุยกันในพาแนลกับ K.Mike จาก Lazada และพี่อั้ม จาก KBANK

การจ่ายด้วยเงินสด ณ ตอนรับสินค้า Cash on Delivery ยังคงกินสัดส่วน 60%-70% ของวิธีการชำระเงินซื้อสินค้าออนไลน์ใน Emarketplace ชั้นนำในไทย

ในงาน Asian E-Tailing Summit 2019 มีนายกสมาคมฯการค้าออนไลน์จาก Philippines ก็บอกเหมือนกันว่า COD ที่ประเทศเค้าก็ยังคงสัดส่วนสูงมากกว่า 70% เลยทีเดียว

เหตุผลเพราะว่าในช่วงแรกผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในบริการการช้อปออนไลน์รวมทั้งไม่สะดวกในการจ่ายเงินผ่านทางช่องทางอื่นๆ เพราะยึดติดกับเงินสด

COD ได้ทำหน้าที่ของมันได้ดีมากแล้ว ในการช่วยทำให้ผู้บริโภคเปิดใจ ทดลองสั่งซื้อของออนไลน์ แต่มันมีข้อจำกัดอยู่…

ต้นทุนสูง

มีการศึกษาของแบงค์ชาติพบว่าการจ่ายเงินด้วยเงินสด จะมีต้นทุนในการบริหารจัดการเงินที่สูงกว่าการชำระเงินด้วย e-Payment (mobile/internet banking) ถึง 4 เท่า

และมีการศึกษาของ Amazon ในประเทศอินเดีย พบการรับชำระเงินด้วยเงินสดผ่าน COD มีต้นทุนที่สูงกว่าช่องทางการชำระเงินด้วย e-Payment ถึง 3.5 เท่า เลยทีเดียว

อัตราการยกเลิกคำสั่งซื้อก็สูง

ลูกค้าหลายๆคนเป็นโรควู่วาม เวลาสั่งซื้อแล้ว พอสินค้ามาส่งก็หมดความอยากได้ของแล้ว การจ่ายเงินด้วย COD เลยเปิดโอกาสให้ลูกค้ายกเลิกสินค้าได้

รวมทั้ง COD ก็ยังสร้างความยุ่งยากในการรับสินค้าด้วย ไหนจะเรื่องใครรับสินค้า แล้วต้องฝากเงินไว้ให้

ไหนจะเรื่องผู้ให้บริการเตรียมเงินทอนไว้ไม่พออีก

นั่นเลยเป็นที่มาที่ไปว่าทำไมผู้ให้บริการ Ecommerce ล้วนต่างพยายามผลักดันให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่านช่องทาง Electronics มากขึ้นเรื่อยๆ

ปีนี้ จะเห็นชัดเจนว่ามีความเคลื่อนไหวมากมายของฝั่งผู้ให้บริการรับชำระเงิน

  • Lazada มี Lazada Wallet
  • Shopee มี AirPay
  • JD Central คาดว่าน่าจะเปิดตัว JD Wallet ของตัวเองแน่นอน เพราะว่ามีการตั้งบริษัท JD Finance ขึ้นมาแล้วตั้งแต่ต้น
  • ธนาคารบ้านเราก็ไม่น้อยหน้า มีการยกเครื่อง Mobile App ให้เป็น Platform การชำระเงินที่ใช้งานง่ายดาย ทั้ง K+, SCB Easy

ปีหน้า ผู้ให้บริการ Ecommerce จะพยายามผลักดันให้ลูกค้าจ่ายเงินผ่านช่องทาง Electronics มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยกลยุทธ์การให้ Incentive ต่างๆนานา เช่น

  • ได้ Points
  • ได้ส่วนลดมากขึ้น
  • ได้เงินคืน ถ้าเติมเงินเข้าไป
  • คืนเงินได้ไว เวลา Return สินค้า

และหนึ่งในสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นแน่นอนคือการเปลี่ยนให้คนที่เลือกจ่ายเงินด้วย COD เปลี่ยนมาจ่ายด้วย E-Payment ณ ตอนรับสินค้า ผู้ส่งสินค้าจะทำตัวเป็นคนเชียร์เบียร์ คือช่วยเชียร์ให้แทนที่จะควักเงินสดมาจ่าย แต่ให้ควักมือถือขึ้นมาจ่ายผ่าน QR Code แทน เพราะสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมต่างๆนานา

ตลาด E-Payment จะดุเดือดมากขึ้น เพราะต่างฝ่ายต่างพยายามผลักดันให้ผู้บริโภคเติมเงินเข้ามาเก็บไว้ใน Wallet ตัวเองให้มาก และใช้เป็นกระเป๋ษตังค์หลัก

โอกาสของผู้ขายคือ การจัดทำโปรโมชั่นร่วมกับผู้ใ้หบริการรับชำระเงินช่องทางต่างๆ เพราะผู้ให้บริการเหล่านี้จะพยายามอัดงบมาเพื่อดันให้ผู้บริโภคเลือกชำระเงินผ่านทาวช่องทางดังกล่าว เตรียมตัวคิดโปรโมชั่นกันไว้ได้เลยครับว่าจะเล่นรูปแบบไหนดี

References:

https://insideretail.hk/2018/09/18/cash-on-delivery-service-launched-by-dhl-ecommerce/

แชร์ความคิดเห็นของคุณ