กลยุทธ์ 3 ประการเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มต่างๆในโลกดิจิทัล

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกวันนี้ อินเตอร์เน็ตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคนไทยทุกวัยไปแล้ว จากรายงานของ ETDA พบว่า ในปี 2561 คนไทยใช้อินเตอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมงต่อวัน โดยเป็นสัดส่วนมากขึ้นกว่าปีที่แล้วถึง 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งกลุ่มผู้ใช้งานนั้นมีทุกช่วงวัย ตั้งแต่กลุ่ม Baby Boomer อายุ 54-72 ปี Gen X อายุ 38-53 ปี Gen Y อายุ 18-37 ปี ไปจนถึง Gen Z ที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี โดยไม่จำกัดสถานที่ใช้งาน คือเล่นทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน ระหว่างเดินทาง และในที่สาธารณะ

ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป คนไทยให้การยอมรับที่จะใช้อินเตอร์เน็ตในบริการต่างๆมากขึ้น เช่น ส่งข้อความ จองโรงแรม จองตั๋วโดยสาร ชำระค่าสินค้า และบริการ อ่านข่าว ส่งเอกสาร ดูหนัง ฟังเพลง เรียกแท๊กซี่ สั่งอาหาร ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้เองย่อมเปิดโอกาสให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เกี่ยวข้องกับบริการเหล่านี้ได้รับผลประโยชน์ไปด้วย

คนไทยกับอินเตอร์เนต

จากข้อมูลข้างต้น หากเรามาสำรวจเวลาที่ใช้ไปกับอินเตอร์เน็ต 10 ชั่วโมงต่อวันในรายละเอียด จะพบว่า กลุ่มสำรวจใช้เวลากว่า 3.30 ชั่วโมง ไปกับ โซเชียลมีเดีย 2 ชั่วโมง ใช้ในการแชต 2.35 ชั่วโมง ดูหนัง ฟังเพลง และเพื่อกิจกรรมอื่นๆ อีกประมาณ 1.55 ชั่วโมง

ซึ่งจากสถิตินี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การใช้งานโซเชียลมีเดียยังคงเป็นช่องทางที่เข้าถึงลูกค้าคนไทยได้มากที่สุด  ซึ่งสามอันดับยอดนิยมของโซเชียลมีเดีย ยังคงเป็น (1) YouTube (2) LINE และ (3) Facebook นอกจากนี้ลำดับอื่นๆยังมี Facebook Messenger Instagram และ Pantip ในขณะที่ Twitter และ Whatsapp อาจจะยังไม่ค่อยได้รับความนิยมในกลุ่มคนไทยมากนัก อย่างไรก็ตาม อันดับยอดนิยมของโซเชียลมีเดียยังขึ้นกับช่วงอายุของกลุ่มตัวอย่างด้วย

ผู้ประกอบการอาจมองเห็นคร่าวๆแล้วว่าคนไทยใช้เวลาในโลกดิจิทัลในการทำอะไรบ้าง ทีนี้เราลองมาหาวิธีการ หรือกลยุทธ์ในการเข้าถึงลูกค้ากันนะครับ

target-group.jpg

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

การนำเสนอข้อมูล สินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพ ธุรกิจจำเป็นจะต้องส่งสารให้ตรงกลุ่ม ผ่านช่องทาง และปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งการที่จะเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ ธุรกิจจำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่า กลุ่มลูกค้าหลักของธุรกิจของเราคือกลุ่มไหน เพราะแต่ละกลุ่มลูกค้า มีพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตที่แตกต่างกัน เนื้อหาหรือสื่อที่สนใจก็แตกต่างกัน เช่น กลุ่ม Baby Boomer หรือ Gen X ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีอายุ เป็นกลุ่มหลักที่มีความนิยมในการใช้งาน LINE เป็นอันดับหนึ่ง ในขณะที่กลุ่ม Gen Y หรือ Gen Z ที่มีอายุน้อยกว่า และอยู่ในช่วงวัยเรียนหรือวัยทำงานจะนิยมใช้ YouTube มากกว่า

นอกจากนั้นแล้ว ด้วยลักษณะของการทำโฆษณาผ่านทางโซเชียลมีเดียในปัจจุบัน เราสามารถที่จะกำหนดกลุ่มเป้าหมายให้มีความเฉพาะเจาะจงได้มากขึ้นกว่าการทำการตลาดในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีความเจาะจง จะช่วยให้สินค้า หรือโฆษณาของเราไปถึงกลุ่มคนที่มีความต้องการสินค้าหรือบริการด้านนั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเนื่องจากเป็นกลุ่มสินค้าและบริการที่กลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มที่จะสนใจอยู่แล้ว การแสดงโฆษณาจึงไม่เป็นการรบกวน หรือก่อให้เกิดความรำคาญมากนัก

เลือกใช้คอนเทนต์ที่เหมาะสม

ในส่วนของเนื้อหา ด้วยอุปนิสัยคนไทยที่รักความสนุกสนาน การนำเสนอข้อมูลด้วยรูปแบบวีดีโอ ที่มีเพลง หรือมีเนื้อหาที่สนุกสนาน มีเรื่องราวที่น่าติดตามจะช่วยสร้างความน่าสนใจได้มากกว่าการโฆษณาแบบเดิมๆ ที่มักจะเน้นแต่ตัวสินค้าหรือบริการ นอกจากนี้ในหลายๆ ครั้งเราอาจจะเห็นโฆษณาสมัยใหม่ ที่เนื้อหาในวีดีโอแทบจะไม่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสินค้าที่เป็นเจ้าของโฆษณาเลยแม้แต่น้อย โดยอาจจะมีการ Tie-in เพื่อโฆษณาสั้นๆ ในช่วงท้ายบ้าง แต่หากวีดีโอนั้นๆ มีเนื้อหาที่ดีมาก หรือมีความสนุกสนานมากๆ ก็อาจจะได้รับการแชร์ไปในวงกว้าง และได้รับความนิยมสูง ซึ่งก็จะเป็นผลดีกับสินค้าหรือบริการของเราในทางอ้อมด้วยเช่นกัน

นำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้

นอกจากโซเชียลมีเดียแล้วยังมีอีกหลายวิธีที่ธุรกิจสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ โดยการศึกษารูปแบบเทคโนโลยีจากต่างประเทศและพัฒนาให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของลูกค้าของเราเพื่อดึงดูดความสนใจรูปแบบใหม่ เช่น การทดลองใช้สินค้าแบบเสมือนเพื่อทดลองเสื้อผ้า เครื่องสำอาง การทดลองจัดวางสินค้า เฟอร์นิเจอร์แบบเสมือนในสถานที่จริงผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ หรือการส่งคูปองลดราคาไปยังกลุ่มลูกค้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงร้านค้า เพื่อเรียกให้มาซื้อสินค้าที่ร้านเพื่อและได้รับส่วนลดพิเศษ โดยฟีเจอร์เช่นนี้กำลังเป็นที่สนใจ และนับว่าเป็นประโยชน์ต่อลูกค้า แต่กลับมีแค่ไม่กี่ธุรกิจเท่านั้นที่เสนอบริการดังกล่าว อาจเนื่องด้วยการลงทุนที่สูงกว่าปกติจึงทำให้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก

โดยสรุปแล้ว หัวใจสำคัญในการเข้าถึงลูกค้าคือ การเลือกโฟกัสกับกลุ่มเป้าหมาย สร้างเนื้อหาให้น่าสนใจ และส่งผ่านช่องทางให้เหมาะสม โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างความแปลกใหม่ และเพิ่มประโยชน์ให้กับลูกค้า ลองนำไปปรับใช้ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณดูนะครับ

 

บทความนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แชร์ความคิดเห็นของคุณ