สรุป 5 เทรนด์ อีคอมเมิร์ซครึ่งปีแรก (2018)

ผ่านกันไปแล้วนะครับสำหรับครึ่งปีแรก เราได้เห็นหลายๆธุรกิจได้ทำการเปลี่ยนแปลงตัวเองไปตามทิศทางของการตลาดในปัจจุบัน เพื่อให้ธุรกิจเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น มีการนำเอาเครื่องมือทางการตลาดใหม่ๆมาใช้ในการขับเคลื่อนให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอย่างไรกันบ้าง ลองมาดูกันครับว่าผ่านมาแล้วครึ่งปีมีอะไรน่าสนใจที่ธุรกิจจะนำมาปรับใช้กัน

Go Online

ครึ่งปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดว่า ภาครัฐได้มีการสนับสนุนให้ SMEs ที่ยังเป็นออฟไลน์ เข้ามาสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น โดยตั้งแต่ปีที่แล้วภาครัฐฯได้มีโครงการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น SMEs Go Online ของ ETDA ที่มีการอบรมผู้ประกอบการรายย่อยให้พร้อมเข้าสู่โลกออนไลน์ หรือ การใช้ช่องทางออนไลน์อย่าง com ของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันและสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs เชื่อมต่อไปตลาดสากล คาดหวังการสร้างมูลค่าจากการเข้าสู่ออนไลน์ของ SMEs ไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปีเลยครับ

Mobile First

การเข้าถึงข้อมูล หรือสินค้า ผ่านทางสมาร์ทโฟนยังคงเป็นที่นิยม เนื่องจากความง่ายและสะดวกในการที่จะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้ได้ในทันทีที่ต้องการ เพื่อหาข้อมูลทันทีที่เกิดคำถาม ไม่ว่าจะอ่านรีวิว อ่านบล็อก หรือดูราคาสินค้า สมาร์ทโฟนไม่เพียงแต่เป็นอุปกรณ์เชื่อมโลกออนไลน์ ด้วยความคล่องตัวและความรวดเร็วของการส่งข้อมูลในปัจจุบัน สมาร์ทโฟนยังเป็นสื่อสำคัญในการทำการตลาด สำหรับ Micro Moment หรือช่วงเวลาทันทีที่เราอยากรู้ แล้วหยิบมือถือขึ้นมากด ธุรกิจจะต้องมองให้ออกว่าจะเข้าถึงลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟนเหล่านี้ได้อย่างไร และวางแผนทำการตลาดให้ครอบคลุม

AI และ Machine Learning

เราจะได้เห็นการนำเอาเทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาในอีคอมเมิร์ซมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขาย การบริการลูกค้า และต่อยอดธุรกิจใหม่ๆ ซึ่งธุรกิจชั้นนำต่างให้ความสำคัญในการที่จะนำ AI เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจ การประยุกต์ใช้ AI ในอีคอมเมิร์ซนั้นมีหลายรูปแบบ เช่น AI ที่นำมาใช้ในการบริการลูกค้าอีคอมเมิร์ซอย่าง Chatbots ผู้ช่วยช็อปปิ้งเสมือนจริง หรือ Virtual Personal Assistant (VPA) ที่ช่วยทำให้กระบวนการขายเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

ai-bots.jpg

การตลาดแบบเฉพาะบุคคล

หรือ Personalized Marketing สามารถทำได้จากการต่อยอด Ai และ Machine Learning เข้ามาใช้ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการรายบุคคลของลูกค้าตามประวัติการเข้าชมสินค้า และการสั่งซื้อสินค้า และเราสามารถทำเป็นระบบอัตโนมัติที่จะแนะนำสินค้าที่ลูกค้าอาจชื่นชอบ เป็นลูกเล่นในเว็บอีคอมเมิร์ซ หรือจะทำเป็นรายการสินค้าแนะนำ สินค้าลดราคา และมอบสิทธิพิเศษเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อซ้ำ

Video Content

อีกเครื่องมือทางการตลาดที่เราคุ้นเคยกันมาหลายปี ครึ่งปีที่ผ่านมานี้การทำวิดีโอยิ่งมีการแข่งขัน และจริงจังขึ้นไปอีกระดับ หลักในการทำวิดีโอคอนเทนต์นั้นทำขึ้นเพื่อให้ลูกค้าหรือผู้บริโภคโต้ตอบกับแบรนด์ หรือสื่อสารออกไปเพื่อทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมมากขึ้น เราจำเป็นต้องสร้างงานที่มีคุณภาพ เพื่อสร้างความโดดเด่นด้วยเนื้อหาที่ดี ภาพต้องสวย เน้นการให้ข้อมูล มากกว่าจะขายของ ปัจจุบันมีฟีเจอร์ Live ต่างๆ ในโซเชียลมีเดียก็จะช่วยสร้างกระแส และกระตุ้นให้ลูกค้าเกิดความสนใจ รู้จักและติดตามแบรนด์ หรือสินค้ามากขึ้น

ขอเสริมในเรื่องของภาพรวมธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยในปีนี้ที่ยังมีการเติบโตไปในทิศทางที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สินค้าอีคอมเมิร์ซประเภทที่เติบโตดีสุดในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ อ้างอิงจากข้อมูลไพรซ์ซ่าประเทศไทย ที่มีผู้บริโภคเข้ามาค้นหาสินค้า และเปรียบเทียบราคา กว่า 70 ล้านครั้ง (1 ม.ค. – 30 มิ.ย. 61) ได้แก่ สินค้าประเภท เสื้อผ้าและแฟชั่น เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสาร ยังคงเป็นประเภทสินค้าที่โตขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสินค้าประเภท ยานพาหนะ และอุปกรณ์ตกแต่ง ของสะสมและของเก่า เป็นประเภทสินค้าที่อยู่ในท็อป 5 ของครึ่งปีแรกด้วย

ผู้ประการอีคอมเมิร์ซที่ได้ติดตามเทรนด์ต่างๆนั้นอาจจะพอมองเห็นแนวทางที่จะนำเอาเทรนด์ที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจกันบ้างแล้วนะครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าครึ่งปีหลังนี้การทำธุรกิจที่มีการพัฒนาตัวเองแบบไม่หยุดนิ่งจะช่วยทำให้อีคอมเมิร์ซไทยไปได้ไกลขึ้นอีกนะครับ

 

บทความนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แชร์ความคิดเห็นของคุณ