เปลี่ยน Big Data ให้เป็นข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน

หนึ่งในกลยุทธ์ของการทำธุรกิจนั่นก็คือ คุณต้องหมั่นสำรวจคู่แข่งของคุณอยู่เสมอ เพื่อที่คุณจะได้มองหาโอกาสในการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น และอยู่เหนือคู่แข่ง แต่นับจากนี้ การทำความเข้าใจคู่แข่ง อาจจะไม่เพียงพอต่อการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอีกต่อไป ยุคนี้เป็นยุคที่คุณต้องแข่งขันกับตัวเองอยู่เสมอ และคู่แข่งที่สำคัญของคุณก็คือ การนำข้อมูลมหาศาลมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจของคุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในธุรกิจขนาดใดก็ตาม การมีข้อมูลอยู่ในมือก็ช่วยให้ธุรกิจของคุณขับเคลื่อนไปได้อย่างมีทิศทาง และมีประสิทธิภาพ ครั้งนี้ผมขอยกเอาประโยชน์ที่เราจะได้จากการนำข้อมูล (Big Data) มาใช้ต่อยอดขึ้นมาคุยกันนะครับ

shutterstock_166402379.jpg

รอบตัวเราล้วนมี Big Data

ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ เจ้า Big Data เนี่ย จริงๆ แล้วมันอยู่รอบๆตัวเรานี่แหละครับ ก็พวกข้อมูลต่างๆที่เราได้รับมาในแต่ละวัน เช่น ข้อมูลจากเพื่อนเราในเฟสบุ๊ค ข้อมูลจากฝ่ายบุคคลในบริษัท หรือข้อมูลอะไรก็ได้ครับในชีวิตประจำวันของเรา แต่ประเด็นก็คือ ข้อมูล ตรงนี้ มันเป็นข้อมูลที่ใหญ่มาก และยังไม่ถูกนำมาวิเคราะห์เลยครับ ทีนี้ สิ่งสำคัญของการที่เรามี Big Data อย่างที่ผมได้เคยเล่าให้ฟังมาหลายครั้งแล้วว่า ถ้าเกิดเรามีข้อมูลมากๆ เรารวบรวมข้อมูลมหาศาลมาได้แล้ว แต่ไม่มีการวิเคราะห์ ข้อมูลนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรครับ

อุปสรรคประการหนึ่ง ก็คือ องค์กรยังขาดบุคลากรที่จะดึงข้อมูลมาวิเคราะห์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้ครับ

ที่มา: aws

5 ประโยชน์เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซด้วยข้อมูล

1. เรียนรู้ และเข้าถึงลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง

การที่เรามีข้อมูลของลูกค้ามากๆ เราก็สามารถนำไปต่อยอดในการทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจง หรือการทำ Personalized กับลูกค้าแต่ละคนได้ ข้อมูลนั่นแหละครับที่เป็นแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่จะช่วยให้เรากับลูกค้าใกล้ชิดกันมากขึ้น และสามารถสร้างความผูกพันให้กับลูกค้าได้ในระยะยาวครับ

ที่มา: invesp

2. เข้าใจพฤติกรรมการซื้อสินค้า เพื่อนำมาปรับกลยุทธ์การขาย หรือแม้กระทั่งการตั้งราคาสินค้า

ข้อมูลทำให้เราเข้าใจว่าลูกค้าซื้อสินค้าอะไรไป ความถี่ในการซื้อ หรือรู้ถึงขนาดที่ว่า ลูกค้าชอบซื้อสินค้าช่วงโปรโมชั่นหรือไม่ ข้อมูลตรงนี้ที่จะทำให้เราสามารถวางแผนกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อให้ขายสินค้าได้มากขึ้นครับ

3. จัดการสินค้าคงคลัง และประมาณการณ์สินค้าที่จะนำมาขายเพื่อสร้างกำไร

ข้อมูลจะช่วยให้เราเข้าใจว่าสินค้าตัวไหนที่เกิดยอดขาย เมื่อไหร่ และสินค้าชิ้นไหนขายไม่ได้ ถ้าเรามีระบบการแทร็คสินค้าเข้ามาช่วยในการจัดการข้อมูล การทำสต็อกสินค้าก็จะสะดวกขึ้นด้วยครับ ต่อไปนี้ก็จะรู้แล้วครับว่าจะนำสินค้าประเภทใดมาขายให้ได้กำไร และสินค้าก็ไม่ค้างสต็อกด้วยนะครับ

4. ช่วยแก้ปัญหา และวางแผนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

ถึงแม้ว่าการที่เรามีข้อมูลก็ใช่ว่าจะสามารถแก้ปัญหาให้เราได้ทันที แต่การที่เรามีข้อมูลกลับเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจได้เฉียบคมขึ้น และป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดในอนาคตได้ ปัญหาหนึ่งที่ต้องการความเร็วในการแก้ไขก็คือ ปัญหาการใช้บริการของลูกค้า ซึ่งตรงนี้ข้อมูลจะเป็นตัวขับสำคัญในการที่เราจะนำ AI (Artificial intelligence) และ ML (Machine Learning) เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น โดยอย่างน้อยๆก็สามารถรับปัญหาเบื้องต้นและทำการส่งต่อไปยังพนักงานได้ครับ

5. พัฒนาผลิตภัณฑ์ การบริการ และนวัตกรรมทางธุรกิจ

ถ้าพูดถึงข้อมูล ผมนึกไปถึงการนำข้อมูลมาต่อยอดในการทำวิจัยเพื่อพัฒนาในหลายๆด้าน ไม่เพียงแค่การนำข้อมูลมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการเท่านั้น แต่ทุกฝ่ายในองค์กรสามารถนำข้อมูลไปใช้เพื่อส่งเสริม สนับสนุนการทำงานในแผนกของตนเองให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

สำหรับท่านผู้ประกอบการที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซ อาจมีคำถามในใจขึ้นมาว่า Big Data มันจะยุ่งยากเกินไปรึเปล่า แล้วจะทำได้จริงๆไหม ต้องใช้งบมากขนาดไหนกันเชียว หรือว่าเราไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการวิเคราะห์จะทำยังไงดี

ผมขอตอบอย่างนี้ครับ ข้อมูลทุกอย่างไม่ใช่คำตอบ ข้อมูลไม่สามารถบอกเราได้ทุกอย่าง

แต่ข้อมูลที่ถูกต้อง และตรงกับคำถามที่เราต้องการค้นหาคำตอบต่างหากที่จะช่วยให้เรานำข้อมูลมาใช้ได้อย่างมีความหมาย

หากท่านพอมีเวลาลองนำข้อมูลมาวิเคราะห์กันดูครับ น่าจะมองเห็นอะไรบางอย่างที่ช่วยจุดประกายในการวิเคราะห์ข้อมูลอื่นๆเพิ่มเติมนะครับ รู้อย่างนี้แล้ว ก็เริ่มลงมือทำกันเลยนะครับ

 

บทความนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แชร์ความคิดเห็นของคุณ