เปิดศึก “ปลาใหญ่” กิน “ปลาใหญ่” เมื่อ Amazon ปะทะ Walmart !

การแข่งขันระหว่าง Amazon เว็บอีคอมเมิร์ซแห่งยุค และ Walmart เจ้าแห่งห้างค้าปลีก กลายเป็นมวยคู่เอกที่ร้อนแรงทะลุทุกองศา จนหลายฝ่ายหันมาจับจ้องอย่างไม่ละสายตา สมัยก่อน เราอาจมองว่า Amazon และ Walmart เป็นธุรกิจคู่ขนานที่แยกกันเดิน และยากที่จะมาบรรจบกันได้ แต่ในปัจจุบันครับ เมื่อเส้นแบ่งระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์เริ่มจางลง การเผชิญหน้าจึงเป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงครับ แล้วดูเหมือนว่าผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากการแข่งขันในครั้งนี้จะต้องเป็นผู้บริโภคอย่างแน่นอนครับ งานนี้คงต้องมาลุ้นกันว่าใครจะงัดเอากลยุทธ์อะไรออกมาใช้ จะแก้เกมกันอย่างไร และสุดท้าย ผู้ประกอบการทั้งหลาย จะต้องปรับตัวกันอย่างไรเพื่อรับมือต่อการขยับของสองยักษ์ใหญ่ ผมขอชวนทุกท่านร่วมเกาะขอบสนาม วิเคราะห์สถานการณ์ พร้อมทั้งจับตาดูการต่อสู้นัดสำคัญนี้ไปด้วยกันครับ

ลงสนามด้วย Omni-Channel

Omni-Channel คือช่องทางทั้งหมดที่จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เช่น โซเชียลมีเดีย มือถือ เดสก์ท็อป ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าออนไลน์ ช่องทางต่างๆนี้สามารถดึงดูดผู้บริโภคที่ชื่นชอบการซื้อสินค้า ทั้งแบบออฟไลน์ และออนไลน์ได้ นอกจากนั้น จากการศึกษาของ IDC Research ยังชี้ให้เห็นว่า ปัจจุบันผู้ที่ซื้อของจากหลากหลายช่องทาง มีมากกว่าผู้ที่ซื้อสินค้าในช่องทางเดียว นี่จึงเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าอันมหาศาลซึ่งผู้ประกอบการไม่อาจมองข้ามได้ครับ

  • Walmart – รุกตลาดออนไลน์

Walmart พยายามที่จะผลักดัน Omni-Channel ของตนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยใช้กลยุทธ์ดังนี้

– Walmart Scan & Go:

Walmart ได้เปิดตัวแอปพลิเคชั่น ที่ชื่อว่า Scan & Go ซึ่งเป็นแอพฯ เปลี่ยนมือถือให้เป็นเครื่องสแกนและชำระสินค้า ผู้บริโภคจึงไม่จำเป็นต้องไปยืนต่อแถวเพื่อชำระสินค้าที่หน้าเคาน์เตอร์อีกต่อไป ช่วยประหยัดเวลา พร้อมมอบประสบการณ์ใหม่ๆ อันน่าประทับใจให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

ขยายช่องทางทำตลาดออนไลน์:

เราอาจจะต้องมอง Walmart เปลี่ยนไปหลังจากที่ Walmart เข้าซื้อเว็บอีคอมเมิร์ซต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Jet.com  และ Moosejaw.com การเข้าซื้อเหล่านี้ทำให้ Walmart มีช่องทางการตลาดเพิ่มมากขึ้น และกลายเป็นปลาใหญ่ในโลกออนไลน์ ไม่ต่างจากในโลกออฟไลน์เลยครับ

– อำนวยความสะดวกให้กับซัพพลายเออร์:

การที่ Walmart มีทั้งร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์ ส่งผลให้ซัพพลายเออร์ต้องทำงานซ้ำซ้อนกัน ดังนั้น Walmart จึงได้รวมเอาร้านค้าออนไลน์ และออฟไลน์เข้ามาไว้ในระบบเดียวกัน ทำให้ซัพพลายเออร์ดูแลสินค้าและบริการทั้งสองช่องทางได้ในคราวเดียว

  • Amazon ขยายตลาดออฟไลน์

ในขณะที่ Walmart ขยายตลาดออนไลน์ Amazon ก็กำลังขยายช่องทางออฟไลน์เช่นกัน โดยเปิดตัวร้านค้าและนวัตกรรมต่าง ๆ ดังนี้

– Amazon Bookstore:

ร้านขายหนังสือแบบออฟไลน์ของ Amazon ที่ผ่านการออกแบบการให้บริการคล้ายกับการเลือกซื้อหนังสือบนเว็บไซต์ Amazon.com ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเฉพาะหนังสือขายดีบนเว็บไซต์มาขาย การจัดวางหมวดหมู่สินค้า อีกทั้ง การจัดแสดงรีวิวของหนังสือแต่ละเล่ม รายละเอียดเหล่านี้ ช่วยเชื่อมโลกออนไลน์กับออฟไลน์เอาไว้ด้วยกัน

– Amazon Go:

ในขณะที่ Walmart มี Scan & Go ทาง Amazon ก็ได้เปิดตัว Amazon Go หรือซูเปอร์มาร์เก็ตอัจฉริยะเช่นกัน นอกจากจะมีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเสียเวลายืนต่อแถวเพื่อชำระสินค้าที่เคาท์เตอร์คล้ายกันแล้ว Amazon Go ยังมี “Just Walk Out Technology” ที่แสกนสินค้าอัตโนมัติทันทีที่เราหยิบสินค้าใส่ในกระเป๋าอีกด้วย

– Consumer Engagement Engine:

Spiegel Research ได้ตั้งข้อสังเกตว่า Amazon ประสบความสำเร็จอย่างสวยงามในการสร้างความจงรักภักดีต่อแบรนด์ เนื่องจาก Amazon มีพื้นที่ที่ผู้คนสามารถมีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้อย่างเต็มที่ เช่น การแชร์ประสบการหลังการใช้บริการ การแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสินค้า ซึ่งทำให้ลูกค้ารู้สึกเชื่อมโยง และผูกพันกับแบรนด์ ดังนั้น ไม่ว่า Amazon จะไปทางไหน ลูกค้าก็พร้อมที่จะติดตามเสมอ

สงครามราคา

นอกจากการแข่งขันกันผ่าน Omni-Channel แล้ว กลยุทธ์ด้านราคาก็เป็นสิ่งที่สองยักษ์ใหญ่ใช้ในศึกครั้งนี้ครับ

  • Walmart ยอมที่จะลดราคาทีวีลงถึง 50 ดอลลาร์ หากลูกค้าเลือกจัดส่งทีวีไปยังร้านค้าใกล้เคียง แทนที่จะเป็นที่บ้าน

  • ส่วน Amazon ก็ปรับเงื่อนไขการจัดส่งสินค้าฟรี โดยลดราคาสินค้าขั้นต่ำลงมาเหลือแค่ 25 ดอลลาร์เท่านั้น

การกระหน่ำลดราคาตัดหน้าคู่แข่ง เป็นผลพวงมาจากการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาด และจะส่งผลกระทบถึงซัพพลายเออร์อย่างแน่นอน แต่แม้ว่าการแข่งขันจะดุเดือดแค่ไหน ทุกครั้งที่มีการเปิดเผยตัวเลขการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ก็ยังสามารถสร้างความตื่นตัวให้กับผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่รายย่อยที่อยากลงเล่นในธุรกิจเหล่านี้อยู่ไม่น้อย

คงเร็วไปที่จะสรุปได้ว่าสองยักษ์ใหญ่ใครจะมาวิน ต้องดูกันยาวๆต่อไปครับ แต่สำหรับผู้ประกอบการที่อยากจะให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซอยู่ได้ และไปได้ไกลในการแข่งขันยุคนี้ เห็นทีว่าผู้ประกอบการเองจะต้องวางแผนธุรกิจให้ดี รู้จักคู่แข่ง และเลือกใช้กลยุทธ์ให้เหมาะสมนะครับ มิเช่นนั้น ก่อนที่เราจะได้จับปลาใหญ่ เราอาจจะตกเป็นเหยื่อล่อปลาเสียเอง

 

บทความนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

แชร์ความคิดเห็นของคุณ