อีคอมเมิร์ซ 2.0 จับตามองนาทีทองผู้ประกอบการ

หลายท่านคงได้ยินมาบ้างแล้วกับคำว่า อีคอมเมิร์ซ 2.0 ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า นี่คือยุคทองของธุรกิจอีคอมเมิร์ซเลยก็ว่าได้ครับ เพราะมันได้สร้างโอกาสมากมายให้แก่ผู้ประกอบการอย่างล้นหลาม ดังนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการเสียโอกาส เรามาดูกันครับว่าปัจจุบันอีคอมเมิร์ซ 2.0 ได้เปลี่ยนแปลงจากยุค 1.0 อย่างไรบ้าง แล้วเคล็ดลับอะไร ที่จะทำให้เราได้ประโยชน์สูงสุดจากอีคอมเมิร์ซ 2.0

อีคอมเมิร์ซ 1.0 ยุคแห่งการเริ่มต้น

เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการเข้ามาของอินเตอร์เน็ตราวต้นยุค 90 ซึ่งสมัยนั้นผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นในการซื้อสินค้าออนไลน์ครับ แต่ก็ไม่ได้ทำลายวิสัยทันศ์ของ eBay และ Amazon เว็บอีคอมเมิร์ซรุ่นแรกๆ ของโลก และด้วยความที่ eBay สามารถตอบโจทย์ความต้องการอันหลากหลายของผู้บริโภคได้ตรงจุด ส่วน Amazon เองก็มีสินค้าให้เลือกมากมายมหาศาล จึงกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันอันดุเดือดขึ้น ระหว่างร้านค้าปลีกในท้องถิ่นกับสองเว็บไซต์ดังกล่าว

อีคอมเมิร์ซ 2.0 ยุคทองของผู้ประกอบการ

การเติบโตของเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มใหม่ๆที่ทำให้การเป็นเจ้าของเว็บอีคอมเมิร์ซทำได้ง่ายในไม่กี่คลิก ในยุคแห่งอีคอมเมิร์ซ 2.0 เราจึงได้เห็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ๆ ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้น การเข้ามาของโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น เฟสบุ๊ค หรืออินสตาแกรม ก็ยังส่งผลให้เกิดการตลาดรูปแบบใหม่อย่าง

  • โซเชียลคอมเมิร์ซ โดยอาศัยผู้ใช้โซเชียลมีเดีย ช่วยแชร์ และการกระจายข่าวสารที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการ โดยบางครั้ง ผู้ใช้โซเชียลมีเดีย อาจทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำสินค้าไปในตัว
  • การทำ Flash Sales หรือ การทำโปรโมชั่น ข้อเสนอพิเศษที่น่าดึงดูดใจมากๆ ผ่านช่วงระยะเวลาที่กำหนด ทำให้ผู้ประกอบการสามารถกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ช่วยแก้ปัญหาของล้นสต็อกได้ ทางเว็บ Ibluecosmos ได้เปิดเผยว่าแฟลชเซล ทำให้ Lazada ประเทศไทย สามารถจำหน่าย Lenovo A7000 ได้ถึง 3,000 เครื่องในเวลาไม่ถึง 30 นาที ทั้ง ๆ ที่กำหนดโปรโมชั่นนี้ไว้ราว 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว

4

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคอีคอมเมิร์ซ ยังได้บีบให้ยักษ์ใหญ่ในตลาดอีคอมเมิร์ซต้องปรับตัวเช่นกันครับ ด้วยการพัฒนานวัตกรรม และบริการใหม่ออกมาเรื่อยๆ อย่างเช่น Amazon เอง ก็มีการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เช่น

  • ตั้งแต่ปี 2005 ทาง Amazon ก็ได้ประกาศตัวบริการใหม่อย่าง Amazon Prime หรือโปรแกรมที่ให้สมาชิกสามารถเข้าถึง Streaming Video เพลง อีบุคส์ และบริการขนส่งฟรี ซึ่งลูกค้าสามารถชำระค่าบริการเป็นรายปี หรือรายเดือน เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ
  • ปลายปี 2015 ร้านหนังสือแห่งแรกของ Amazon ได้ทำการเปิดตัวขึ้นในซีแอตเติล โดยปรับตัวจากโลกออนไลน์มาสู่โลกจริง (Physical World) โดยเริ่มเปิดร้านหนังสือที่นักช้อปสามารถใช้การค้นหาด้วยรูปภาพ การอ่านรีวิว ตัวเลือกในการจัดส่ง และราคา ผ่านการใช้แอพของ Amazon เอง
  • ถัดมาอีกปี ก็มีข่าวการเตรียมเปิดตัวร้านค้าอัจฉริยะในปี 2017 โดยใช้ชื่อว่า Amazon Go เป็นร้านค้าที่รวมเอา AI เข้ามาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า ซึ่งผมได้อัพเดตไปแล้วก่อนหน้านี้

Title

ประเทศไทย 4.0 ผนึกพลังผลักดันอีคอมเมิร์ซ

นอกจากความก้าวหน้าของโลกอีคอมเมิร์ซแล้ว ปัจจุบันประเทศไทยยังมีนโยบายที่ช่วยปรับปรุงภาพรวมของเศรษฐกิจ และแน่นอนว่าจะส่งผลดีกับอีคอมเมิร์ซ  ดังเช่น โมเดลประเทศไทย 4.0 ซึ่งเป็นการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่การเป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม และใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไป

  • จากการเกษตรดั้งเดิม ไปเป็นเกษตรสมัยใหม่ที่เน้นการบริหารจัดการ และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยต่อยอด
  • จาก SMEs ไปเป็น Smart Enterprises และ Startup ที่มีศักยภาพสูง
  • จากภาคบริการที่มีมูลค่าต่ำไปเป็น High Value services
  • จากแรงงานทักษะต่ำไปเป็นแรงงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ

การส่งเสริมจากภาครัฐฯ ครั้งนี้จึงเปรียบเสมือน นาทีทองของผู้ประกอบการ ที่อยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม หรือกำลังหาไอเดียทำธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์สูงสุด ซึ่งผมคิดว่าท่านผู้ประกอบการเองควรใช้วิธีการต่างๆในการปรับธุรกิจตัวเองให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ดังนี้ครับ 

3 สิ่งที่ควรรู้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดในยุคอีคอมเมิร์ซ 2.0 

  1. ลงทุนสร้างตัวตนบนโลกดิจิตอลของตัวเอง

การมีเว็บไซต์ที่ดี ก็เปรียบเสมือนการมีหน้าร้านที่สวยงาม เพราะเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ช่วยให้เรากระจายสินค้า ทำการตลาด และเติมเต็มความต้องการของลูกค้า การลงทุนเพื่อพัฒนาเว็บไซต์เป็นการสร้างตัวตนบนโลกดิจิตอลครับ นอกจากนี้ยังถือเป็นการลงทุนที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจครับ

  1. ใช้พลังของโซเชียลมีเดียอย่างเต็มศักยภาพ

โซเชียลมีเดียอย่าง เฟสบุ๊ค กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดหนึ่งที่สำคัญไปแล้ว ไม่เว้นแม้แต่ผู้ที่ทำธุรกิจออฟไลน์ ก็ยังใช้ช่องทางนี้เพื่อเข้าสู่โลกออนไลน์ อย่างไรก็ตาม เราควรจะต้องสร้างฟอลโลเวอร์ที่มีคุณภาพควบคู่ไปด้วยจึงจะได้ประโยชน์สูงสุด และหมั่นตรวจสอบกล่องข้อความ ตอบคำถาม ตลอดจนคอมเมนท์ต่างๆจากลูกค้าด้วยครับ

  1. “ลูกค้า” คือสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุด

แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาขายสินค้าและบริการเพียงอย่างเดียว เราควรที่จะวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า และ Customer Journey ของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ผ่านการเก็บข้อมูลสมาชิก หรืออีเมล จะเป็นประโยชน์มากถ้าเราสามารถรู้ได้ว่าจริงๆแล้วลูกค้าของเราต้องการอะไร ทำยังไงให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ เพื่อเอามาต่อยอดในการขาย และช่วยอัพยอดขายต่อไป เพราะสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในโลกยุคดิจิตอลคือฐานลูกค้า และข้อมูลลูกค้า

เรียกได้ว่า ยุคอีคอมเมิร์ซ 2.0 นั้น เป็นนาทีทองสำหรับผู้ประกอบการออนไลน์ โดยอาศัยการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจให้เป็นไปตามสมัยและนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อพยายามถีบตัวเองให้เหนือคู่แข่ง

โอกาสอันดีมาถึงแล้วครับ อย่านิ่งนอนใจ ลงมือทำไปพร้อมกันนะครับ…..

 

บทความนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

One comment

  • ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ มีประโยชน์มากๆสำหรับผู้ประกอบการที่จะทำอีคอมเมิร์ซทุกท่านครับ 🙂

แชร์ความคิดเห็นของคุณ